
ทรงเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวของพรรค เมื่อช่วงเช้าวันนี้(8 กุมภาพันธ์ 2562)เมื่อเวลา 08.50 น. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรค เดินทางมายื่นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปรากฎว่ามีพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ทั้งนี้ก็มีชาวเน็ตได้พูดถึงป้าย ที่ได้เขียนใบสมัครว่า ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : โลซาน , สวิสเซอร์แลนด์
ที่อยู่ปัจจุบัน : พระที่นั่งบรมพิมาน
บิดา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มารดา : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์
#ชอบตรงนี้ #ไทยรักษาชาติTranslate Tweet


พระประวัติ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระนามเดิม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเป็นพระเชษฐภคินีพระองค์เดียวใน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2494 ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้เสด็จนิวัตพระนคร แล้วประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเมื่อถึงงานพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่แล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอิสริยยศเมื่อประสูติ คือ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” โดยพระนามของพระองค์มาจากพระนามและนามของพระประยูรญาติหลายพระองค์ อันได้แก่
สร้อยพระนาม “สิริ” มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สร้อยพระนาม “วัฒนา” มาจากพระนามาภิไธยเดิมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าคือ สว่างวัฒนา ซึ่งเป็นสมเด็จพระอัยยิกา
ฝ่ายพระราชชนก

พระนาม “อุบลรัตน์” มีความหมายว่า บัวแก้ว มาจากนามของหม่อมหลวงบัว กิติยากรพระอัยยิกาฝ่ายพระราชชนนี
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสเรียกว่า “เป้” อันเป็นคำลดรูปของคำว่า ลาปูเป (ฝรั่งเศส: La Poupée) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ตุ๊กตา
ส่วนพระราชวงศ์และบุคคลอื่น ๆ จะเรียกพระองค์ว่า “ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงใหญ่” ส่วนพระอนุชาและพระขนิษฐาจะเรียกพระองค์ว่า “พี่หญิง”
ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงเข้ารับการศึกษาขั้นต้นจนสำเร็จจากโรงเรียนจิตรลดา ครั้นทรงสำเร็จมัธยมศึกษา ได้เสด็จไปประทับ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีจนสำเร็จ ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ชีวเคมี (Bachelor of Science Degree in Bio-Chemistry)
จากนั้น ทรงเข้ารับการศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนี ลอสแอนเจลิส ณ ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ (Statistics and Public Health) จนสำเร็จในการศึกษา
การเสกสมรส
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2515 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ เพื่อทรงเสกสมรสกับปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน และเสด็จประทับสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 26 ปี ทั้งทรงเปลี่ยนพระนามเป็น จูลี เจนเซน
กระทั่ง พ.ศ.2541 ทรงหย่ากับนายปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน และกลับมาใช้นามเดิมคือ อุบลรัตน์ มหิดล จากนั้น เสด็จกลับนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา

พระองค์ทรงมีพระโอรสและพระธิดา 3 พระองค์ ที่ได้เกิดในสหรัฐอเมริกา ได้แก่
คุณพลอยไพลิน เจนเซน(12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524) สมรสกับเดวิด วีลเลอร์ มีบุตรชายสองคน และธิดา 1 คน
คุณพุ่ม เจนเซน(นามเดิม: ภูมิ เจนเซน; 16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 – 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547) เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิอันเกิดจากแผ่นดินไหวในปี พ.ศ. 2547
คุณสิริกิติยา เจนเซน(นามเดิม: ใหม่ เจนเซน; 18 มีนาคม พ.ศ. 2528)

ประทับประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อครั้ง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประทับอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น บางปีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จมาเยี่ยมบ้าง และพระองค์เสด็จนิวัตประเทศไทยเพื่อทรงเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทั้งได้ทรงร่วมงานพระราชพิธีต่าง ๆ พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา
เมื่อทรงหย่ากับปีเตอร์ แลด เจนเซน เมื่อ พ.ศ. 2541 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จนิวัตประเทศไทยและประทับอยู่เป็นการถาวรเมื่อ พ.ศ. 2544 และได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็นทูลกระหม่อมหญิง

ภายหลังเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการในด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ นอกจากนี้ยังทรงให้การช่วยเหลือราษฎรให้โอกาส ผู้พิการ เยาวชน ตลอดจนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ โดยมีพระดำริให้จัดตั้งมูลนิธิต่าง ๆ ขึ้นในการช่วยเหลือและให้โอกาสประชาชน อีกทั้งยังทรงพระปรีชาสามารถในแสดงภาพยนตร์ตามบทพระนิพนธ์หลายเรื่อง เป็นต้นว่า หนึ่งใจ… เดียวกัน (พ.ศ. 2551), มายเบสต์บอดีการ์ด (พ.ศ. 2552) โดยนำรายได้ทั้งหมดในการจัดฉายภาพยนตร์ดังกล่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศไปช่วยเหลือประชาชนและผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทั่วประเทศ และเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยในระดับนานาชาติอีกด้วย