อุทาหรณ์สุขภาพ! หญิงวัย 22 ปีมีอาการเจ็บคอเพียงไม่กี่วัน ก่อนอาการทรุดหนักจนเสียชีวิต แพทย์ชี้ 5 สัญญาณที่ไม่ควรละเลย - Yakdung Khaw

สดๆร้อนๆ

Thursday, June 18, 2026

อุทาหรณ์สุขภาพ! หญิงวัย 22 ปีมีอาการเจ็บคอเพียงไม่กี่วัน ก่อนอาการทรุดหนักจนเสียชีวิต แพทย์ชี้ 5 สัญญาณที่ไม่ควรละเลย

อาการเจ็บคอและสัญญาณอันตรายที่ควรระวัง

หลายคนมักมองว่าอาการเจ็บคอเป็นปัญหาสุขภาพเล็กน้อยที่สามารถหายได้เองหลังพักผ่อนหรือรับประทานยาตามอาการ แต่เหตุการณ์ของหญิงสาววัย 22 ปีรายหนึ่ง กลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าอาการที่ดูเหมือนไม่รุนแรง อาจซ่อนความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเอาไว้

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า หญิงสาวเริ่มมีอาการระคายคอหลังจากทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยในช่วงแรกเธอคิดว่าเป็นเพียงอาการเจ็บคอทั่วไป จึงเลือกดูแลตัวเองที่บ้านและรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการ

อย่างไรก็ตาม อาการกลับไม่ดีขึ้นตามที่คาดไว้ ตรงกันข้ามกลับมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งอาการปวดคอ กลืนอาหารลำบาก มีไข้สูง และรู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ จนสุดท้ายต้องเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

การตรวจรักษาผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในลำคอ

หลังจากเข้ารับการตรวจ แพทย์พบภาวะฝีหนองภายในลำคอ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจ แม้ทีมแพทย์จะพยายามให้การรักษาอย่างเต็มกำลัง แต่ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

แพทย์เตือน อาการเจ็บคอไม่ควรถูกมองข้าม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอธิบายว่า อาการเจ็บคอส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและสามารถหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน แต่บางกรณีอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ฝีรอบต่อมทอนซิล การติดเชื้อที่ลุกลามเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หรือในบางรายอาจรุนแรงจนกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

5 สัญญาณสำคัญที่ควรรีบไปพบแพทย์

1. เจ็บคอมากผิดปกติ กลืนลำบาก หรือหายใจไม่สะดวก

หากมีอาการปวดคอรุนแรงจนไม่สามารถกลืนน้ำหรืออาหารได้ตามปกติ หรือเริ่มรู้สึกหายใจติดขัด ควรเข้ารับการตรวจทันที

2. มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน

ไข้ที่ไม่ลดลงหรือมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าปกติ

3. ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอบวมชัดเจน

หากคลำพบก้อนที่คอโตขึ้น หรือมีอาการเจ็บร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

4. อาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน

แม้จะพักผ่อนและดูแลตัวเองแล้ว แต่อาการยังคงอยู่หรือแย่ลง ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมแทนการซื้อยารับประทานเองต่อเนื่อง

5. มีอาการผิดปกติทั่วร่างกาย

เช่น เหนื่อยล้ามากผิดปกติ ใจสั่น ผื่นขึ้น หรือไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งอาจบ่งบอกว่าการติดเชื้อส่งผลต่อระบบอื่นของร่างกายแล้ว

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการเจ็บคอ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน
  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นเป็นประจำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • เลือกรับประทานอาหารอ่อนและย่อยง่าย
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รักษาความสะอาดภายในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะด้วยตนเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากอาจไม่เหมาะกับสาเหตุของโรค และอาจก่อให้เกิดปัญหาดื้อยาในอนาคตได้

สรุป

แม้อาการเจ็บคอส่วนใหญ่จะไม่ใช่ภาวะที่รุนแรง แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เพราะบางครั้งโรคที่ดูเหมือนเล็กน้อยอาจพัฒนาเป็นภาวะอันตรายได้อย่างรวดเร็ว

การสังเกตอาการของตนเองและเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างทันท่วงที