กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแนวโน้มสภาพอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยหลายพื้นที่ของประเทศยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก รวมถึงภาคใต้ เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณตอนบนของประเทศเวียดนามยังส่งผลต่อสภาพอากาศในภูมิภาค
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวังต่อปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือมีน้ำเอ่อล้นในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ลำคลอง ทางน้ำธรรมชาติ และพื้นที่เชิงเขา
ด้านสภาพทะเล บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงเฉลี่ยประมาณ 1–2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงราว 1 เมตร แต่ในบริเวณที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง คลื่นสามารถสูงเกิน 2 เมตรได้ ชาวเรือและผู้ประกอบการทางทะเลจึงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแปรปรวน
ภาคเหนือ
คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองกระจายประมาณ 40% ของพื้นที่ โดยพบได้มากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23–26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 32–36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีแนวโน้มเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 40% ของพื้นที่ ครอบคลุมหลายจังหวัด เช่น เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 33–36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
พื้นที่ภาคกลางมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองราว 60% ของพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณพระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34–36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองครอบคลุมประมาณ 60% ของพื้นที่ และมีโอกาสเกิดฝนหนักในหลายจังหวัด ได้แก่ นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนบริเวณชายฝั่งทะเลควรเฝ้าระวังคลื่นลมที่อาจเพิ่มความรุนแรงในช่วงเกิดพายุฝน
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 60% ของพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 32–35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฝนมากที่สุด โดยคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองถึง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางจุดในจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
พื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 70% ของพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักในบางช่วง อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 25–27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 32–35 องศาเซลเซียส ผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงเย็นควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า และเตรียมอุปกรณ์กันฝนให้พร้อม
ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามประกาศและข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการเดินทางและลดความเสี่ยงจากผลกระทบของฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ